การคำนวณสัดส่วนการลงทุนด้วย Loss Chance

เมื่อนักลงทุนค้นพบกิจการที่ดีในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าและพร้อมจะลงทุนแล้วนั้น คำถามนึงที่ต้องเกิดขึ้นตามมาเสมอก็คือ “เราจะลงทุนในหุ้นนี้เป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของพอร์ตดี” ซึ่งคำถามนี้ก็เป็นคำถามที่ตอบได้ยากมากและขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของนักลงทุนแต่ละคนว่า มองเห็นโอกาสในการลงทุนนั้นๆมากน้อยแค่ไหน ยิ่งมั่นใจมากก็ลงทุนได้มากขึ้น

Advertisements

เมื่อนักลงทุนค้นพบกิจการที่ดีในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าและพร้อมจะลงทุนแล้วนั้น คำถามนึงที่ต้องเกิดขึ้นตามมาเสมอก็คือ “เราจะลงทุนในหุ้นนี้เป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของพอร์ตดี”

ซึ่งคำถามนี้ก็เป็นคำถามที่ตอบได้ยากมากและขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของนักลงทุนแต่ละคนว่า มองเห็นโอกาสในการลงทุนนั้นๆมากน้อยแค่ไหน ยิ่งมั่นใจมากก็ลงทุนได้มากขึ้น แต่หลักการโดยทั่วไปแล้ว ก็ควรจะลงทุนในหุ้นแต่ละตัวไม่น้อยกว่า 10% และไม่มากเกิน 50% ของพอร์ต เพื่อให้เราได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าและไม่เสี่ยงมากจนเกินไป

ทั้งนี้เรื่องที่หลายคนยังไม่รู้ก็คือ เราสามารถใช้ค่า Loss Chance บน Jitta เพื่อคำนวณสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมในหุ้นแต่ละตัวได้ทันทีครับ โดยใช้สูตรคำนวณดังนี้ครับ

สัดส่วนเงินลงทุน (Bet Sizing) = 50% – Loss Chance

เช่น ถ้าหากหุ้น A มี Loss Chance อยู่ที่ 35% แสดงว่า เราสามารถลงทุนได้ 50% – 35% = 15% ของมูลค่าพอร์ตทั้งหมดครับ ถ้ามีพอร์ตมูลค่า 1,000,000 บาท ก็ลงหุ้นนี้ได้ 150,000 บาท เป็นต้นครับ

ถ้าหุ้น B มี Loss Chance อยู่ที่ 20% ก็แสดงว่า เราลงทุนได้ประมาณ 30% ของพอร์ตเราครับ

สำหรับที่มาที่ไปของสูตรนี้ ก็อ้างอิงและพัฒนามาจาก Kelly Criterion ซึ่งเป็นสมการที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในโลกของการลงทุนครับ

โดยแรกเริ่ม Kelly Criterion ถูกคิดค้นขึ้นมา เพื่อใช้ในการพนันทุกรูปแบบครับ เพื่อหาให้ได้ว่า ถ้าหากเรามีโอกาสที่จะชนะ x% ควรจะต้องลงเงินพนันแต่ละครั้งเท่าไหร่ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดในระยะยาวครับ

ซึ่ง Kelly Criterion ก็จะมีสูตรแบบย่อดังนี้ครับ

f = 2p – 1

โดย p คือ โอกาสที่จะชนะ

ดังนั้นถ้าหากว่า เรามีโอกาสที่จะชนะ 70% แสดงว่า ทุกๆ 10 ครั้ง เรามีโอกาสชนะและได้เงิน 7 ครั้ง ดังนั้นจำนวนเงินที่ลงได้ในแต่ละครั้งคือ

f = 2p – 1
f = 2*(0.7) – 1
f = 1.4 – 1
f = 0.4 = 40%

ดังนั้นถ้าหากเรามีโอกาสชนะ 70% เราควรจะลงเงินแต่ละครั้ง 40% ของเงินทั้งหมดที่มี ก็จะทำให้ได้รับผลตอบแทนมากที่สุดในระยะยาวครับ

ทีนี้เมื่อมีการนำมาใช้ในการลงทุนนั้น ก็ได้มีการปรับมาใช้สูตรที่เรียกว่า Half Kelly Criterion กันแทน เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนครับ เพราะนักลงทุนส่วนมากมักจะมีความมั่นใจมากไปเสมอ ทำให้มักจะมองว่าตนเองมีโอกาสชนะมากกว่าที่ควรจะเป็นครับ

ซึ่งนั่นคือความเสี่ยง เพราะถ้าหากเราคิดว่าโอกาสชนะของเราคือ 80% เราจะคำนวณเงินที่จะลงทุนได้เป็น 60% ของพอร์ต แต่ถ้าในความเป็นจริงเรามีโอกาสชนะเพียง 70% เราจะลงทุนได้เพียงแค่ 40% ของพอร์ตเท่านั้นเอง และถ้าหากเราลงทุนมากเกินไปและผิดพลาด อาจจะทำให้พอร์ตการลงทุนเสียหายหนักได้ครับ

ดังนั้น Half Kelly ก็เลยช่วยลดความเสี่ยงไปครึ่งนึง โดยการนำสัดส่วนเงินลงทุนที่หาได้จาก Kelly Criterion ไปหาร 2 ซะ

ดังนั้นถ้าหากเราคิดว่าโอกาสชนะคือ 80% และลงทุนตาม Kelly Criterion ได้ 60% ของพอร์ต เราจะป้องกันความเสี่ยงโดยลงทุนเพียงแค่ Half Kelly คือ 30% ครับ ทำให้โอกาสที่จะขาดทุนหนักๆจากความมั่นใจมากเกินไปน้อยลงมากครับ

ซึ่งสูตรของ Half Kelly นั้น ก็คือการนำสูตร Kelly Criterion มาหาร 2 หรือ ก็คือ

hf = f/2 = (2p – 1)/2
hf = p – 1/2
hf = p – 0.5

ทีนี้จำกันได้นะครับว่า p คือโอกาสชนะ ซึ่งถ้าหากเรามีโอกาสชนะ 70% ก็คือ เรามีโอกาสแพ้อยู่ที่ 100% – 70% = 30% หรืออีกนัยน์นึงก็คือ ถ้า q คือโอกาสที่จะแพ้นั้น แสดงว่า p = (1 – q)

เมื่อแทนค่า p = (1 – q) ลงในสูตร Half Kelly ด้านบนก็จะได้

hf = p – 0.5
hf = 1 – q – 0.5
hf = 0.5 – q

เป็นไงบ้างครับ ตอนนี้คิดว่าหลายๆคนคงร้องอ๋อกันแล้ว เพราะว่าค่า q หรือโอกาสที่จะแพ้นั้น บน Jitta ก็คือ Loss Chance นั่นเองครับ

ดังนั้นนี่ก็เลยเป็นที่มาของสูตรการคำนวณขนาดเงินลงทุนที่เหมาะสมจาก Jitta ด้วยการใช้ Loss Chance มาช่วย ที่ผมเขียนไว้ด้านบนนั่นเองครับ ก็ขอนำมาเขียนตรงนี้อีกทีเพื่อให้เทียบกับสูตร Half Kelly ได้ง่ายๆครับ

สัดส่วนเงินลงทุน (Bet Sizing) = 50% – Loss Chance

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางง่ายๆที่จะช่วยให้เราสามารถคำนวณสัดส่วนเงินที่จะลงทุนในหุ้นแต่ละตัวได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นเราก็อาจจะไปปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามประสบการณ์ของเราอีกทีครับ

และแน่นอนครับว่าจากสูตรนี้ทำให้เราเห็นได้ว่า หุ้นที่เราจะลงทุนนั้นควรจะมี Loss Chance อย่างมากสุดไม่เกิน 40% เพื่อให้เราลงทุนได้ในสัดส่วนอย่างน้อย 10% ของพอร์ตครับ ซึ่งก็ตรงตามที่ Peter Lynch และปู่ Warren Buffett สอนไว้ครับ

สรุปว่า นอกจาก Jitta จะช่วยให้เราค้นหา “บริษัทที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เหมาะสม” ได้ง่ายขึ้นด้วย Jitta Score, Jitta Line แล้ว ก็ยังช่วยให้เราจัดสรรเงินลงทุนในแต่ละบริษัทได้อย่างเหมาะสมอย่างรวดเร็วด้วย Loss Chance อีกด้วยครับ

ก็หวังว่าทุกคนจะรัก Loss Chance เหมือนที่รัก Jitta Score และ Jitta Line กันเสมอมานะครับ 🙂

ใครสนใจศึกษาเรื่องไหนเพิ่มเติมลองดูด้านล่างได้เลยนะครับ

Kelly Criterion : http://en.wikipedia.org/wiki/Kelly_criterion
Jitta Loss Chance : Loss Chance มีประโยชน์อย่างไร
Asset Allocation : Jitta Portfolio Series # 2

Author: Jitta

Jitta simplifies financial analysis for value investors and financial advisors alike. Our stock-analysis platform offers actionable advice to help them make better investment decisions and generate higher returns based on a simple principle: “Buy a wonderful company at a fair price.” And we do that by creating Jitta Ranking, our proprietary algorithm that ranks stocks based on their profit potential. Returns generated by Jitta Ranking since 2009 has outpaced that produced by the S&P500 index by a large margin. Jitta’s technology processes information like a human mind, assessing complicated data and digesting it into an easy-to-use and intuitive format. Its key features include Jitta Score, an indicator of a wonderful company; Jitta Line, an indicator of a company's fair price; financial statements-made-simple Jitta FactSheet; Jitta Playlist, an intelligent screener and backtest system in one; and Jitta Portfolio, a smarter investment-tracking mechanism.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s