ถ้าราคาหุ้นที่เราสนใจยังอยู่สูงกว่า Jitta Line และมีความเห็นอย่างไรในการออมหุ้นโดยใช้หลักการ Dollar Cost Averaging (DCA) โดยไม่สนใจว่าซื้อที่ราคาไหน

สำหรับหลักการ Dollar Cost Averaging (DCA) ก็เป็นหลักการที่ดี แต่ถ้าจะใช้ให้ได้ผลก็ควรจะเลือกหุ้นที่มีคุณภาพดีและเราคาดการณ์ได้ว่าบริษัทจะสามารถสร้างกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นได้ทุกปีครับ (ไม่ใช่ว่าจะ DCA หุ้นอะไรก็ได้) ซึ่งหลักการ DCA ก็จะช่วยขจัดอารมณ์ของเราในการลงทุนออกไปครับ สร้างวินัยให้ลงทุนไปเรื่อยๆ ทุกเดือนในหุ้นที่ดี สุดท้ายเงินลงทุนของเราก็จะเติบโตไปเรื่อยๆ

แต่ถ้าจะใช้ Jitta คู่กับ DCA เราก็แนะนำว่า ควรจะเลือกหุ้นที่มี Jitta Score สูงๆ และ Jitta Line เพิ่มสูงขึ้นทุกปี จากนั้นก็เริ่มลงทุนเมื่อราคาหุ้นอยู่พอดีๆ กับ Jitta Line ครับ จากนั้นก็ค่อยๆ DCA ไปเรื่อยๆ ครับ ก็น่าจะทำให้เราได้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างดีมากเทียบกับตลาด

กรณีเราไม่มีเงินก้อน แต่สามารถลงทุนแบบรายเดือนเช่นเดือนละ $1,000 เราจะมีกลยุทธ์การลงทุนอย่างไร

กรณีที่ไม่มีเงินก้อน แต่มีเงินรายเดือนมาลงทุนเดือนละ $1,000 เราคิดว่า เมื่อได้เงินมาก็ค่อยๆ เก็บเข้าบัญชีเงินลงทุนไปเรื่อยๆ ครับ จนกว่าจะมีโอกาสดีๆ ให้ลงทุนในหุ้นที่เราสนใจ ในราคาที่เหมาะสมครับ ทั้งนี้การลงทุนเราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนครับ รอจังหวะและโอกาสดีๆ ครั้งเดียวจะดีกว่า โดยเฉพาะถ้าหากเราต้องการลงทุนในหุ้นคุณภาพดีและจะถือยาวอยู่แล้ว

คุณสามารถวางแผนการเงินและการลงทุนจาก Jitta Financial Planner ที่นี่

ถ้าเราถือหุ้นที่ราคาสูงกว่า (Above) Jitta Line ซัก 30-50% และ Jitta Line ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ และ Jitta Score ยังสูงดีต่อเนื่อง (พื้นฐานดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ตลาดอาจจะคาดหวังมากเกินไป) เราควรจะขายหุ้นออกไปเมื่อไหร่

ตามหลักการลงทุนที่เขียนไว้ใน Jitta Strategy ข้อ 9 นั้น เราจะขายหุ้นของบริษัทเมื่อ Jitta Score และ Jitta Line ลดลง (ธุรกิจของบริษัทกำลังอยู่ในช่วงขาลง หรือ ธุรกิจประสบปัญหา) มีโอกาสทางการลงทุนที่ดีกว่า (เจอธุรกิจที่ดีกว่า ในราคาที่น่าลงทุนกว่า)

ดังนั้นก่อนขายต้องตัดสินใจให้ได้ก่อนครับว่า ขายแล้วเราจะเอาเงินไปทำอะไรต่อครับ ถ้าให้ดีที่สุด ก็ควรจะต้องมีโอกาสการลงทุนที่ดีกว่า ก็ค่อยขายเพื่อนำเงินไปลงทุนครับ แต่ถ้ายังไม่มีการลงทุนที่ดีกว่า การซื้อหุ้นของบริษัทที่ยอดเยี่ยมไว้ ในระยะยาวก็ยังคงจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าถือเงินสดหรือฝากไว้ในธนาคารอยู่ดี

ในกรณีที่เจอบริษัทที่ดีมากแล้ว (Jitta Score สูง) และราคาต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมมาก (Below Jitta Line มาก) แต่มีสภาพคล่องต่ำ ตามแนวทางการลงทุนของ Warren Buffett เราควรจะลงทุนหรือไม่

ตามหลักการลงทุนจริงๆ แล้ว เราไม่ได้สนใจเรื่องสภาพคล่องมากครับ เพราะนั่นเป็นเรื่องของตลาดหุ้นครับ ถ้าหากมีโอกาสที่จะลงทุนในบริษัทเหล่านี้ได้ในราคาที่ถูก เราก็สามารถลงทุนได้

แต่ทั้งนี้ สภาพคล่องจะมีปัญหากรณีเดียว นั่นคือเงินลงทุนของเรามีขนาดใหญ่กว่าสภาพคล่องของหุ้นมากจนเกินไป และกว่าที่เราจะซื้อหุ้นได้ครบตามจำนวนที่ต้องการ (เช่น 10% – 20% ของพอร์ต) จะทำให้ราคาเฉลี่ยที่ซื้อแพงกว่าราคาที่เหมาะสม หรือ แพงกว่าราคาที่มี Margin of Safety ในใจเราไปแล้ว แบบนั้นก็อาจจะทำให้เราลงทุนไม่ได้ครับ ก็ต้องมองหาเฉพาะบริษัทที่เหมาะสมกับขนาดเงินลงทุนของเราครับ ยกตัวอย่างของ Warren Buffett ตอนนี้ที่เงินมากมายมหาศาล ก็ไม่สามารถที่จะลงทุนในบริษัทขนาดเล็กได้อีกต่อไปครับ ก็ต้องซื้อหุ้นหรือซื้อบริษัทที่มีผลกำไรสุทธิหลายร้อยล้านดอลล่าร์ขึ้นไปเท่านั้นครับ ไม่เหมือนสมัยตอนหนุ่มๆ ที่สามารถลงทุนในหุ้นได้หลากหลายตัว

ดังนั้นคำถามที่ว่าเราควรลงทุนในหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำไหม ก็ต้องตอบด้วยขนาดพอร์ตของแต่ละคนครับ ถ้าพอร์ตยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องลงทุนในหุ้นที่มีสภาพคล่องสูงมากขึ้นเท่านั้น

อยากจะทราบว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่า บริษัทจะจ่ายเงินปันผลเมื่อไร

โดยปกติการประกาศข่าวการจ่ายเงินปันผล หรือผลตอบแทนจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์จะทำอย่างทางการ โดยสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้จากตลาดหลักทรัพย์ของประเทศนั้นๆ

สำหรับประเทศไทยทางบริษัทจะประกาศข่าวการจ่ายเงินปันผลออกมาซึ่งสามารถอ่านข้อมูลได้ที่ http://www.set.or.th หลังจากประกาศออกมาแล้ว ก็สามารถเข้าไปดูตารางวันที่จ่ายเงินปันผลได้ ที่นี่

ในการลงทุนระยะยาวด้วยวิธีของ Warren Buffett เราจะสามารถนำเงินลงทุนของเราออกมาใช้ได้ตอนไหนบ้างครับ ควรจะต้องมีการวางเป้าหมายทางการเงินและผลตอบแทนอย่างไร

จริงๆ แล้วการลงทุนแนว Warren Buffett ถ้าทำอย่างถูกต้องก็ไม่แตกต่างจากการนำเงินไปฝากธนาคารสักเท่าไหร่ เพราะมีความปลอดภัยของเงินต้นสูง แต่เงินต้นจะเติบโตสูงกว่าฝากธนาคารมาก ถ้าลงทุนเก่งๆ ก็อาจจะได้ 15%-20% ต่อปีครับ ซึ่งทั้งนี้วิธีการวางแผนเป้าหมายทางการลงทุนและวิธีการใช้เงินนั้นก็ได้หลายแบบ สามารถเข้าไปดูได้ที่ Jitta 101 Part 5 ช่วงนาทีที่ 9.25

สนใจศึกษาแนวทางการลงทุนแบบ Warren Buffett เพิ่มเติม ควรไปอ่านหนังสือเล่มไหนเพิ่มเติมดี

ถ้าสนใจลงทุนในแนวทางของ Warren Buffett แนะนำหนังสือเล่มนี้ครับ Buffettology และหนังสือด้านการลงทุนอื่นๆ ที่นี่