สนใจศึกษาแนวทางการลงทุนแบบ Warren Buffett เพิ่มเติม ควรไปอ่านหนังสือเล่มไหนเพิ่มเติมดี

ถ้าสนใจลงทุนในแนวทางของ Warren Buffett แนะนำหนังสือเล่มนี้ครับ Buffettology และหนังสือด้านการลงทุนอื่นๆ ที่นี่

“The person that turns over the most rocks wins the game.” แปลว่าอะไร

“The person that turns over the most rocks wins the game.” เป็นคำพูดของ Peter Lynch ซึ่งหมายความว่า “ในการลงทุน คนที่ทำงานอย่างหนัก ใช้เวลาในการค้นหาและวิเคราะห์หุ้น เพื่อให้เจอของดีราคาถูก มักจะได้กำไรอย่างสูง”

ในโลกของการลงทุน คนมักจะนิยมชมชอบกำไรที่ได้มาโดยง่าย เช่น การได้หุ้นเด็ด การซื้อตามข่าววงใน ต่างๆ โดยไม่ค่อยชอบอ่านงบการเงิน ไม่ชอบหาข้อมูล และ ไม่ชอบวิเคราะห์คุณภาพธุรกิจและมูลค่าที่เหมาะสม เพราะเป็นงานที่หนัก ซึ่งกำไรที่ได้มาง่ายๆ เหล่านั้น ก็มักจะไม่ยั่งยืน และจะหายไปในที่สุด ดังนั้นในระยะยาวแล้ว ถ้าเราอยากจะสร้างความมั่งคั่งจากตลาดหุ้นจริงๆ เราจำเป็นจะต้องทำงานที่หนักเหล่านั้น เพื่อให้กำไรที่เราทำได้มาจากทักษะของเราล้วนๆ ครับ ก็จะทำให้เป็นกำไรที่มั่นคงและยั่งยืนและก็แน่นอนครับว่าไม่ใช่แค่ตลาดหุ้น ถ้าหากเราอยากจะประสบความสำเร็จในอะไรสักอย่างนึง ก็จำเป็นที่จะต้องหมั่นฝึกซ้อมและผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบากก่อน จึงจะประสบความสำเร็จได้ Peter Lynch จึงกล่าวไว้เช่นนั้น

Jitta ช่วยให้งานที่หนักเหล่านั้น กลายเป็นงานที่ง่ายขึ้นมากในปัจจุบัน เพราะช่วยวิเคราะห์หุ้นทั้งหมดให้เราเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สำคัญถัดมาก็คือ การตัดสินใจของเรา และ ประสบการณ์ในการลงทุน (โดยใช้ข้อมูลที่ได้จาก Jitta และแหล่งอื่นๆ) ที่จะช่วยให้เราเลือกลงทุนในหุ้นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ในระยะยาว ราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวตามผลประกอบการของบริษัทจริงๆ

บริษัทในตลาดหลักทรัพย์หรือนอกตลาดหลักทรัพย์ ก็เหมือนกันในแง่ที่เป็นทรัพย์สินที่สร้างกระแสเงินสดออกมาให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของ (ผู้ถือหุ้น) ดังนั้นเมื่อบริษัทมีผลประกอบการไม่ดี ไม่มีกำไร มีแต่ขาดทุน ไม่สามารถผลิตเงินสดให้กับเจ้าของได้ ก็จะถือเป็นทรัพย์สินที่ไม่ดี และไม่มีใครอยากจะเป็นเจ้าของ ทำให้สุดท้ายแล้วราคาหุ้นก็จะลดลงเรื่อยๆ เองจนกลายเป็นศูนย์เมื่อบริษัทต้องปิดกิจการไป ในขณะที่บริษัทที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้มากขึ้นทุกปี ราคาหุ้นก็จะขึ้นได้เรื่อยๆ เพราะคนสามารถวัดเทียบได้เลยว่า นำเงินมาลงทุนเท่าไหร่ และ จะคืนทุนได้ภายในกี่ปี จากเงินสดที่บริษัทสร้างได้ ซึ่งจากการดูข้อมูลย้อนหลังของหุ้นทุกตัว ก็จะเห็นได้ว่าในระยะยาวแล้ว ราคาหุ้น จะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับ ผลประกอบการเสมอ

สามารถเชื่อมต่อ Jitta Portfolio ผ่าน API ไปยังโปรแกรมอื่นได้ไหม

ขณะนี้ระบบของเรายังไม่รองรับ API เพื่อเชื่อมต่อ Jitta Portfolio ไปยังโปรแกรมอื่นได้ เรากำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาฟังก์ชั่นนี้

หุ้นที่เพิ่งเข้า IPO จะยังมีข้อมูลทางการเงินย้อนหลังไม่มาก ทำให้วิเคราะห์ธุรกิจได้ยาก ทาง Jitta มีแนวทางในการวิเคราะห์หุ้น IPO เหล่านี้อย่างไร และมีการเตือนนักลงทุนอย่างไร

หุ้น IPO จะมีข้อมูลทางการเงินบน Jitta ย้อนหลังก่อนเข้าตลาดไปประมาณ 2 ปี ทำให้ไม่สามารถทำการวิเคราะห์ Jitta Score ได้แม่นยำตามปรกติ (ที่ใช้งบย้อนหลังประมาณ 5-10 ปี)

ดังนั้นสำหรับหุ้น IPO นั้น เวลาคำนวณค่า Jitta Score ออกมา ทาง Jitta จึงจะมีการนำค่า Negative Factor มาใช้ร่วมด้วย เพื่อลดทอนค่า Jitta Score ลงไปอีก ด้วยเหตุผลด้านความเสี่ยงในการมีข้อมูลน้อยเกินไป รวมทั้งจะขึ้นแสดงใน Jitta Signs เป็น Warning Signs ให้รับรู้ด้วยว่า หุ้นนี้เพิ่ง IPO มาได้ไม่ถึง 3 ปี จึงจะมีความไม่แน่นอนในการวิเคราะห์สูงครับ

ถ้าหากหุ้นมีการแตกพาร์ ทาง Jitta จะทำการปรับข้อมูลย้อนหลังให้ด้วยหรือไม่

เมื่อหุ้นมีการแตกพาร์ ทาง Jitta จะทำการปรับจำนวนหุ้น (Common Share ในหน้า Factsheet) ย้อนหลังกลับไปให้ทุกปีด้วยครับ เพื่อให้นักลงทุนเปรียบเทียบตัวเลขได้ง่ายขึ้นและตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งทำให้บางครั้งตัวเลข Per Share ของ Jitta อาจจะไม่ตรงกับในเวบไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (www.set.or.th) เพราะตัวเลขจาก SET จะไม่ได้ปรับค่า Per Share ย้อนหลังให้ตามจำนวนหุ้นหลังแตกพาร์ล่าสุดครับ

ทำไมราคาหุ้นจึงไม่เป็นเรียลไทม์

Jitta ให้ข้อมูล Market Price เป็น End of Data เนื่องจาก Jitta ต้องการสนับสนุนให้นักลงทุนได้ลงทุนอย่างง่ายและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยการลดทอนความซับซ้อนของข้อมูลการเงิน และตัดเสียงรบกวนจากข่าวสาร (Cut the Noise) ที่เชื่อถือไม่ได้ เพื่อให้นักลงทุนได้ Focus ยังผลการดำเนินงานและพื้นฐานที่แท้จริงของบริษัทที่ลงทุน ดังนั้นเราจึงเห็นว่าข้อมูลตลาดที่มีการปรับเปลี่่ยนตลอดเวลาไม่จำเป็นในการลงทุนแบบ Value Investing เพื่อมองผลในระยะยาว