ควรขายหุ้นตอนไหนดี

คำถามนึงที่มักจะมีคนสงสัยเสมอก็คือ “ถ้าหากเราลงทุนแนวเน้นคุณค่า เราจะขายหุ้นได้ตอนไหน และ เราจะได้ใช้เงินเมื่อไหร่”

Advertisements

คำถามนึงที่มักจะมีคนสงสัยเสมอก็คือ “ถ้าหากเราลงทุนแนวเน้นคุณค่า เราจะขายหุ้นได้ตอนไหน และ เราจะได้ใช้เงินเมื่อไหร่”

หลายๆคนที่หาคำตอบไม่ได้ ก็เลยทำให้ไม่อยากลงทุนแนวนี้ไปเลย เพราะกลัวจะไม่ได้ใช้เงิน

จริงเป็นเพราะคนส่วนมากยังไม่ค่อยเข้าใจหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่าสักเท่าไหร่ และมักจะเข้าใจไปในทางที่คนส่วนมากในตลาดหุ้นพูด เช่น ถือยาว ไม่ขายไม่ขาดทุน เป็นต้น เลยทำให้เกิดความสับสน

จริงๆการลงทุนแบบเน้นคุณค่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าจะต้องถือยาวไปหลายปีนะครับ อาจจะถือไม่กี่เดือนแล้วขายออกไปก็ได้ เพราะแก่นจริงๆแล้วก็คือ การซื้อทรัพย์สินในราคาที่ถูกกว่ามูลค่าของทรัพย์สิน หลังจากนั้นก็ค่อยขายเมื่อราคาสูงขึ้น หรือ เมื่อราคาเข้าใกล้มูลค่าที่เหมาะสมของทรัพย์สินนั้นๆ

เพียงแต่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่นอนเท่านั้นเองว่า ราคาจะเข้าใกล้มูลค่าของทรัพย์สินเมื่อไหร่ ทำให้บางครั้งถ้าสถานการณ์ไม่เป็นใจ ตลาดหุ้นโดยรวมไม่ดี ก็อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย ในขณะที่บางครั้ง หลังจากซื้อไปไม่นาน ราคาหุ้นก็อาจจะวิ่งขึ้นมาเข้าใกล้ราคาที่เหมาะสม เราก็อาจจะขายหุ้นนั้นออกไปได้เหมือนกันครับ

มีกรณีที่เราจะถือครองหุ้นยาวๆมากๆหลายๆปี กรณีเดียวนั่นก็คือ เมื่อเราได้มีโอกาสลงทุนในธุรกิจที่ยอดเยี่ยมมากๆ ได้ในราคาที่เหมาะสมหรือต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงในขณะที่เราลงทุน เพราะเมื่อมองในระยะยาวแล้ว ธุรกิจจะเติบโตและสร้างกำไรได้มากขึ้นทุกปี มูลค่าที่แท้จริงก็จะสูงขึ้นไปได้อีกมากในอนาคต และราคาหุ้นก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆตามมูลค่าที่แท้จริงไปด้วยนั่นเอง (เลยทำให้ไม่เคยต้องขายหุ้นออกมาเลยในระยะสั้น เพราะราคาในปัจจุบันจะต่ำมากเสมอ เมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริงในระยะยาว)

ดังนั้นการตัดสินใจที่จะขายหุ้นออกไปนั้น ปัจจัยหลักที่เราต้องนำมาพิจารณาควบคู่กันเสมอก็คือ

  1. คุณภาพของกิจการ
  2. ราคาหุ้นเข้าใกล้มูลค่าที่เหมาะสมมากแค่ไหน (ราคาหุ้นถูกแพงแค่ไหนแล้ว)
  3. ทางเลือกในการลงทุนอื่นๆที่ดีกว่า

ซึ่งเราก็ควรจะตอบคำถาม 3 ข้อนี้ เรียงลงมาตั้งแต่ข้อ 1-3 ก็จะทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะขายหุ้นดีไหม และถ้าขายจะไปลงทุนที่ไหนต่อ

เช่น เราคิดว่าอยากจะขายหุ้นบริษัท A ก็มาคิดว่า

  • คุณภาพของกิจการ : ดี (Jitta Score 6.5)
  • ราคาเทียบกับมูลค่า : สูงกว่ามูลค่า 12% (12% above Jitta Line)
  • ทางเลือกในการลงทุนที่ดีกว่า : หุ้น B, หุ้น P, หุ้น S

ซึ่งแน่นอนครับว่า เราต้องมีเหตุผลรองรับด้วยว่า ทำไมหุ้น B, หุ้น P, หุ้น S ถึงเป็นการลงทุนดีที่ดีกว่า เช่น หุ้นทั้ง 3 ตัวนี้ มี Jitta Score มากกว่า 7 และราคายังต่ำกว่า Jitta Line ทั้งหมด เป็นต้น

จากนั้นค่อยมาดูรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆเพิ่มเติมว่า ระหว่างหุ้น B, หุ้น P, หุ้น S นั้น ตัวไหนน่าลงทุนมากที่สุด ด้วย Jitta Factor, Jitta Signs หรือตัวเลขทางการเงินต่างๆในหน้า FactSheet ครับ

ด้วยวิธีนี้จะเห็นว่า การขายหุ้นของเราจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับราคาหุ้น หรือ กำไรที่ทำได้เลย และจะทำให้เราไม่มึนงง เพราะเรากรองหุ้นจาก 500 ตัว ลงมาเหลือทางเลือกการลงทุนที่ดีกว่า (การถือหุ้น A ต่อไป) ให้เรามาวิเคราะห์ต่อเพียงแค่ 3 ตัวเท่านั้นครับ และเมื่อขายหุ้น A ไปแล้ว ก็สามารถนำเงินไปลงทุนต่อได้ทันที ทำให้เงินเราทำงานตลอดเวลาครับ

ถ้าเผอิญเราวิเคราะห์แล้วว่า หุ้น S น่าลงทุนที่สุด และเผอิญเรามีหุ้น S อยู่ใน Portfolio แล้ว เราก็อาจจะขายหุ้น A ไปเพิ่มสัดส่วนหุ้น S ใน Portfolio จนถึงจุดสูงสุดที่เรากำหนดไว้ (เช่น ถือหุ้นตัวใดตัวนึงไม่เกิน 30% ของพอร์ต) จึงค่อยนำเงินที่เหลือไปลงทุนในหุ้นที่น่าลงทุนอันดับ 2 ครับ

ถ้าถัดมาอีก 7 เดือน ราคาหุ้น S เพิ่มสูงขึ้น เราอยากจะขายหุ้น S ก็มานั่งคิดต่อ 3 ข้อเหมือนเดิม

  • คุณภาพกิจการ : ดีมาก (Jitta Score 8)
  • ราคาเทียบกับมูลค่า : สูงกว่ามูลค่า 5% (5% above Jitta Line)
  • ทางเลือกการลงทุนที่ดีกว่า : ไม่มี

ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ ก็เท่ากับว่า เราก็ยังไม่ควรขายหุ้น S ออกไป แม้ราคาจะขึ้นมาสูงว่ามูลค่าที่เหมาะสมพอสมควรแล้ว เพราะขายไปแล้วก็ไม่รู้จะเอาเงินไปลงทุนที่ไหนต่อ ก็อยู่เฉยๆดีกว่าครับ

(แน่นอนครับว่า ในกรณีที่เราลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ยอดเยี่ยมไว้แล้วนั้น ทางเลือกในการลงทุนที่ดีกว่า แทบจะไม่ค่อยมีอยู่แล้ว ก็จะทำให้เราถือหุ้นนั้นต่อไปเรื่อยๆเองครับ วิธีนี้จะช่วยลดความโลภจากการมองเห็นกำไรที่ทำได้ตรงหน้าแล้วอยากจะขายหุ้นเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ค่อนข้างดีครับ)

ด้วยหลักการเลือกลงทุนในทรัพย์สินที่ดีที่สุดอยู่เสมอ ก็จะทำให้เราสามารถทำผลตอบแทนชนะตลาดได้ในระยะยาวแน่นอนครับ (ระยะยาวตลาดจะมีผลตอบแทนราวๆ 12% ต่อปี)

เมื่อเรามีความสามารถในการทำผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวชนะตลาดแล้ว เช่น ทำได้ประมาณ 15% ต่อปี การนำเงินจากการลงทุนมาใช้ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วครับ อยู่ที่การเป้าหมายและแผนการทางการเงินให้ชัดเจนแค่นั้นเอง

ซึ่งวิธีการวางเป้าหมายการลงทุนและการนำเงินลงทุนออกมาใช้มีหลายแบบมาก ผมได้อธิบายเรื่องเหล่านี้ไว้เรียบร้อยแล้วใน Jitta 101 Part 5 ในนาทีที่ 9.25 นะครับ ใครที่สนใจก็ลองไปดูได้ครับ

When should we sell stocks?

Every stock is not equal! Don’t sell any stocks just because you want to sell the stocks or because you already got some profits. During a tough situation in stock market, always remember that great companies with fair prices will gain you huge profit in long run.

Every stock is not equal! Don’t sell any stocks just because you want to sell the stocks or because you already got some profits. During a tough situation in stock market, always remember that great companies with fair prices will gain you huge profit in long run. Therefore, if you want to sell some stocks to hold some cash and reduce the risk, always sell stocks, in your portfolio, those are

  1. having least durable competitive advantage
  2. having poor business performance recently
  3. having very high price relative to fair value

In term of using Jitta, those 3 will equal to

  1. having least average Jitta Score in the past 3-5 years
  2. Jitta Score is decreasing and recent business performance in Jitta Factor is less than 70
  3. stock price is very high compare to Jitta Line, approximately should be at least 20% above Jitta Line. (However it depends to Jitta Score too, the higher Jitta Score, the higher above Jitta Line percentage can be allowed)

When you stick with this strategy, you will never miss out the great fortune that great companies will provide you in the long term. Remember, if you invest in the right company and hold it long enough, you can turn $9,000 into $4,400,000 without doing anything.

As Peter Lynch said

You won’t improve results by pulling out the flowers and watering the weeds.
– Peter Lynch

Therefore, you should always keep watering your flowers and pulling out the weeds. Keep your money in the great companies all the time and it will reward you a great fortune, period.

Jitta algorithm enhancement

1933661_1693329127610389_2659618939534495386_o

Jitta has been discussing closely with top notch Value Investors to get the feedbacks. Meanwhile, our team has been working hard to improve Jitta Score and Jitta Line to be the best and more efficient. There are two areas that we do to improve our Jitta Score and Jitta Line.

1. Discard Unusual Income from Financial Statement

We discard Unusual Income from Financial Statement to prevent and protect loss of investors in the unlikely cases that that unusual income may be delusive to the investors. By doing this, Jitta from now on will genuinely reflect the actual operation and performance of the companies through Jitta Score and Jitta Line.

2. Improving Jitta Line of High-Quality Growth Stock.

In the past, Jitta Line has been calculated in the most conservative way to prevent and protect risk of investors. Somehow, investors might not be able to invest in High-Quality Growth Stock because the price was always higher than Jitta Line. Therefore, we adjust Jitta Line of those companies to align with the opportunity so that Jitta Line can present the genuine value of the companies during the growth period.

We have done the backtesting based on the enhanced version, it slightly affects Jitta Ranking. You can check more detail of Jitta Ranking Return at library.jitta.com/ranking 

These changes will be effective from March 18, 2016, onward.

Jitta aims to help investors create better returns through simple investment methods. We will keep on improving our technology to make Jitta Score and Jitta Line to become the best investment standard for all investors around the world.

Thank you for all your love and support. Please write us at wonderful@jitta.com for comments and feedback.

การพัฒนาอัลกอริธึมของ Jitta

981196_1693329130943722_5378797968921271853_o
ความแตกต่างระหว่างอัลกอริธึมเก่า กับอัลกอริธึมที่ได้รับการพัฒนาใหม่

เนื่องจากในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ผมและทีมงานมีโอกาสได้พูดคุยและเรียนรู้จากนักลงทุน VI เก่งๆ หลายๆท่าน ได้รับคำแนะนำดีๆ กลับมาศึกษา วิจัย และ พัฒนา Jitta Score และ Jitta Line ให้มีประสิทธิภาพ และตรงกับการใช้งานของนักลงทุนมากยิ่งขึ้น

โดยหลักๆแล้ว แนวคิดที่เรานำมาใช้ปรับ Jitta Score และ Jitta Line เพิ่มเติมในครั้งนี้มี 2 ส่วนด้วยกัน คือ

12823437_1691868011089834_4589704314377695501_o
Barnes Group Inc. (https://www.jitta.com/stock/b)

1. การตัดกำไรพิเศษออกจากการคำนวณ Jitta Score และ Jitta Line

สำหรับบริษัทที่บางปีมีกำไรพิเศษเข้ามาเพียงครั้งเดียว เช่น จากการขายทรัพย์สินบางอย่างออกไป ก่อนหน้านี้ทาง Jitta จะคงกำไรพิเศษนี้ไว้ในการคำนวณ เพราะมองว่า กำไรนั่นคือ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ณ เวลานั้น และเมื่อนักลงทุนมองดูจะได้เห็นภาพได้ชัดเจนทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับบริษัทบ้าง แล้วค่อยไปดูรายละเอียดตัวเลขในงบการเงินจริงๆอีกครั้งนึงว่า กำไรเหล่านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะบางครั้งถ้าเราเข้าใจ เราก็สามารถที่จะทำกำไรจากสถานการณ์พิเศษแบบนี้ได้เช่นกัน

แต่เมื่อผู้ใช้งาน Jitta เพิ่มมากขึ้น ก็พบว่า บางครั้งกำไรพิเศษเหล่านี้จะทำให้นักลงทุนที่ไม่ชำนาญการอ่านงบการเงินอาจจะเข้าใจผิด คิดว่าราคาหุ้นถูกมาก และ อาจจะเข้าไปลงทุนด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้

ดังนั้นเพื่อปกป้องความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ต่อไป Jitta จะตัดกำไรพิเศษเหล่านั้นออกไปจากการคำนวณค่าทุกอย่างบน Jitta เพื่อให้ Jitta Score และ Jitta Line สะท้อนภาพการดำเนินงานของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้โดยมากแล้ว บริษัทที่มีกิจการยอดเยี่ยม มี Jitta Score สูงอยู่แล้ว ก็จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบตรงนี้เท่าไหร่ครับ เพราะไม่ค่อยได้มีกำไรพิเศษมากๆอยู่แล้ว และจากที่ดู การปรับเปลี่ยนนี้มีผลกับหุ้นเพียงแค่ประมาณ 10% ของหุ้นทั้งหมดบน Jitta ครับ

905938_1693329134277055_8284410340379272789_o
Cognizant Technology Solutions Corp. (www.jitta.com/stock/ctsh)

2. การปรับ Jitta Line ของบริษัทที่ดี และกำลังเติบโตให้มีมูลค่ามากขึ้น

โดยปรกติ Jitta Line จะถูกคำนวณแบบอนุรักษ์นิยมมาตลอด เพื่อปกป้องความเสี่ยงของนักลงทุน ทำให้บางครั้งนักลงทุนไม่สามารถที่จะลงทุนในหุ้นที่ดีๆที่มีการเติบโตสูงได้ เพราะราคาหุ้นจะอยู่สูงกว่า Jitta Line มากเกือบตลอดเวลา

ในจุดนี้ผมนำมาปรับว่า ถ้าหากว่าเป็นหุ้นที่มีคุณภาพกิจการดี มีรายได้และกำไรที่มั่นคง และ อยู่ในช่วงเติบโตอยู่ สามารถที่จะให้มูลค่าการเติบโตที่สูงนี้อยู่ในการคำนวณ Jitta Line ได้มากขึ้น จะได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ ณ ช่วงเวลานั้นได้มากขึ้น

แต่สำหรับหุ้นที่คุณภาพกิจการไม่ค่อยดี หรือ อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ต่อให้จะเติบโตสูงแค่ไหนก็ตาม Jitta Line ก็จะยังคำนวณแบบอนุรักษ์นิยมเหมือนเดิมครับ

เช่นเดียวกับกรณีที่ 1 ครับ การปรับเปลี่ยนนี้ไม่ได้มีผลกระทบมาก มีหุ้นที่อยู่ในเกณฑ์การปรับเปลี่ยนนี้อยู่แค่ไม่เกิน 4% ของหุ้นทั้งหมดบน Jitta ครับ

ซึ่งหลังจากที่ได้ทดลองปรับสูตร Jitta Score และ Jitta Line ตามแนวคิดแล้ว พบว่าผลตอบแทนของ Jitta Ranking มีการปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยครับ ตามตารางด้านบน

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2559 เป็นต้นไป ทาง Jitta จะปรับมาใช้การคำนวณ Jitta Score และ Jitta Line แบบใหม่นี้กับทุกหุ้นบน Jitta ครับ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ค่า Jitta Score, Jitta Line และ Jitta Ranking ของบางหุ้นเปลี่ยนไปนะครับ รวมถึงข้อมูลผลตอบแทนและรายชื่อหุ้นต่างๆในหน้า library.jitta.com/ranking ก็จะเปลี่ยนไปใช้ข้อมูลใหม่หลังจากที่ได้ทำการทดสอบแล้วเช่นกันครับ

ผมมองว่า Jitta ก็เหมือนกับ Google ที่มี algorithm ต่างๆเป็นของตัวเอง ที่สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้เรื่อยๆ เพราะ Google เมื่อ 10 ปีที่แล้ว กับ Google ในวันนี้ ก็มีวิธีคำนวณผลการค้นหาที่แตกต่างกัน ก็หวังว่า Jitta จะได้รับคำแนะนำจากนักลงทุนและพัฒนาตนเองไปได้เรื่อยๆ เพื่อให้ Jitta Score และ Jitta Line กลายเป็นมาตรฐานการลงทุนที่ดีที่สุดให้กับนักลงทุนทั่วโลกได้ครับ

ขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่คอยสนับสนุน Jitta มาโดยตลอดนะครับ ถ้ามีคำแนะนำใดๆเพิ่มเติม ส่งมาแนะนำเราได้ที่ wonderful@jitta.com ตลอด 24 ชั่วโมงครับ